การจองศาลาวัดเป็นเรื่องแรกที่ครอบครัวต้องจัดการ เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งวันเวลาในการ์ดเชิญ จำนวนคืนสวด และขนาดของดอกไม้หน้าหีบ คู่มือนี้สรุปจากงานติดตั้งจริงว่าเริ่มจากตรงไหน จองล่วงหน้าได้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายอยู่ในกรอบเท่าไหร่ ต้องถือเอกสารอะไรไปวัด และเลือกขนาดศาลาอย่างไรให้พอดีกับงาน

เรื่องแรกที่ครอบครัวต้องตัดสินใจหลังการสูญเสียคือจะตั้งสวดที่วัดไหนและศาลาหลังใด เพราะทุกอย่างที่ตามมา ทั้งวันเวลาในการ์ดเชิญ จำนวนคืนสวด งบประมาณ และขนาดของดอกไม้หน้าหีบ ล้วนถูกกำหนดโดยศาลาที่จองได้ คู่มือนี้เรียบเรียงจากงานที่ทีม Funeral Decor เข้าไปติดตั้งดอกไม้จริงในวัดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่าการจองศาลาเริ่มจากตรงไหน จองล่วงหน้าได้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายอยู่ในกรอบเท่าไหร่ ต้องถือเอกสารอะไรไปที่วัด และเลือกขนาดศาลาอย่างไรให้พอดีกับทั้งจำนวนแขกและงานดอกไม้ที่วางไว้
เริ่มจากติดต่อสำนักงานฌาปนสถานหรือสำนักงานวัดโดยตรงเพื่อถามว่าศาลาว่างวันไหน จากนั้นนำใบรับรองการตายจากโรงพยาบาลไปแจ้งตายที่สำนักงานเขตเพื่อออกใบมรณบัตร แล้วกลับมายืนยันการจองที่วัดพร้อมกำหนดจำนวนคืนสวดและวันฌาปนกิจ ทั้งหมดนี้ทำได้ภายในหนึ่งถึงสองวันแรก และควรทำก่อนแจ้งข่าวให้ญาติทราบ เพราะต้องระบุสถานที่และเวลาให้ชัดในครั้งเดียว
ลำดับนี้สำคัญกว่าที่หลายครอบครัวคิด เพราะการแจ้งข่าวออกไปก่อนที่วัดจะยืนยันศาลาให้ ทำให้ต้องแก้ข่าวซ้ำสอง และในกรณีที่วัดที่หมายตาไว้เต็ม ครอบครัวจะต้องเปลี่ยนวัดกลางคันทั้งที่แขกรับรู้ไปแล้ว ในกรุงเทพฯ ช่วงที่ศาลาตึงตัวที่สุดคือปลายสัปดาห์และช่วงเทศกาลยาว วัดใหญ่ในเขตชั้นในบางแห่งมีศาลาไม่ถึงสิบหลังแต่รับงานพร้อมกันหลายงาน จึงเป็นเรื่องปกติที่ครอบครัวจะได้ศาลาหลังเล็กกว่าที่ตั้งใจไว้ หรือได้วันเริ่มสวดช้ากว่าที่วางแผน
| ลำดับ | ทำเมื่อไหร่ | ใครดำเนินการ | หมายเหตุจากหน้างาน |
|---|---|---|---|
| 1. ติดต่อวัดถามศาลาว่าง | ทันทีที่ทราบข่าว | ญาติที่สะดวกเดินทาง | โทรถามก่อนได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องไปยืนยันที่วัด |
| 2. แจ้งตายที่สำนักงานเขต | ภายใน 24 ชั่วโมงตามกฎหมาย | เจ้าบ้านหรือผู้แจ้ง | ใช้ใบรับรองการตายจากโรงพยาบาล ได้ใบมรณบัตรกลับมา |
| 3. ยืนยันจองศาลาและวันเผา | วันเดียวกับที่ได้ใบมรณบัตร | เจ้าภาพ | ระบุจำนวนคืนสวดและรอบเมรุพร้อมกัน |
| 4. นิมนต์พระและกำหนดเวลาสวด | หลังจองศาลาเสร็จ | เจ้าภาพหรือสำนักงานวัด | วัดหลายแห่งจัดพระให้ในแพ็กเกจเดียว |
| 5. สั่งดอกไม้หน้าหีบและฉากศาลา | วันเดียวกัน ก่อนคืนแรก | เจ้าภาพ | ต้องติดตั้งเสร็จก่อนพิธีคืนแรกเริ่ม |
| 6. แจ้งข่าวญาติและที่ทำงาน | หลังทุกอย่างยืนยันแล้ว | ครอบครัว | แจ้งชื่อวัด เลขศาลา วันสวด และวันฌาปนกิจครั้งเดียวจบ |

โดยทั่วไปจองล่วงหน้าไม่ได้ วัดส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ รับจองศาลาเมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น เพราะศาลาเป็นทรัพยากรที่ต้องหมุนเวียนให้ทันงานที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน สิ่งที่ครอบครัวเตรียมล่วงหน้าได้คือการเลือกวัดไว้ในใจ สอบถามอัตราค่าใช้จ่าย และรู้ว่าต้องใช้เอกสารใดบ้าง เพื่อให้วันจริงติดต่อได้จบในครั้งเดียว
สิ่งที่ทำได้จริงและช่วยได้มากคือการทำการบ้านล่วงหน้าในกรณีที่ครอบครัวมีผู้ป่วยหนักหรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลใกล้ชิด ลองเลือกวัดไว้สองถึงสามแห่งในเขตที่ญาติส่วนใหญ่เดินทางสะดวก จดเบอร์สำนักงานฌาปนสถานของแต่ละวัดไว้ และสอบถามคร่าว ๆ ว่าอัตราค่าศาลาต่อคืนเท่าไหร่ ต้องเหมาเป็นแพ็กเกจกี่คืน มีข้อกำหนดเรื่องการตกแต่งหรือไม่ ข้อมูลชุดนี้ใช้เวลาสอบถามไม่ถึงสามสิบนาที แต่ช่วยให้วันที่ต้องตัดสินใจจริงไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ในขณะที่ทุกคนกำลังเสียใจ
ข้อยกเว้นที่พบคือวัดหรือฌาปนสถานที่ผูกกับหน่วยงาน เช่น ฌาปนสถานของกองทัพหรือหน่วยราชการบางแห่ง ซึ่งกำหนดสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าตามสังกัดของผู้วายชนม์หรือของทายาท กรณีนี้ครอบครัวควรตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขไว้ก่อน เพราะบางแห่งลดค่าใช้จ่ายให้มากและมีลำดับความสำคัญในการจัดสรรศาลาต่างจากบุคคลทั่วไป

ค่าศาลาอย่างเดียวในกรุงเทพฯ อยู่ราวหลักร้อยถึงสองพันบาทต่อคืน ขึ้นกับขนาดศาลาและชื่อเสียงของวัด แต่ตัวเลขที่ครอบครัวต้องเตรียมจริงคือค่าใช้จ่ายรวมทั้งชุด ซึ่งรวมค่าศาลา ค่าน้ำค่าไฟ ค่าพระสงฆ์ ค่าน้ำชาแขก และค่าเมรุในวันเผา โดยงานสวดสามคืนในวัดขนาดกลางมักอยู่ในกรอบหลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นกลาง
ตารางด้านล่างเป็นกรอบที่พบบ่อยในเขตกรุงเทพฯ ช่วง พ.ศ. 2569 ใช้เพื่อตั้งงบคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละวัดคิดอัตราต่างกันมาก และบางแห่งขายเป็นแพ็กเกจเหมาที่รวมของบางอย่างไว้แล้ว จึงควรขอรายการค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานวัดในวันที่ไปยืนยันการจอง
| ระดับวัด | ค่าศาลาต่อคืน (บาท) | ค่าใช้จ่ายรวมสวด 3–7 คืน (บาท) | สิ่งที่มักรวมอยู่แล้ว | เหมาะกับงานแบบไหน |
|---|---|---|---|---|
| วัดขนาดเล็ก ในซอยหรือชานเมือง | ราว 500–900 | ราว 9,000–35,000 | พระสงฆ์ 4 รูป ค่าเมรุ ค่าน้ำไฟ | งานเฉพาะญาติ 40–60 คน |
| วัดขนาดกลาง ในเขตเมือง | ราว 1,000–1,500 | ราว 24,000–63,000 | พระสงฆ์ ค่าเมรุ ค่าน้ำชา ชุดโต๊ะเก้าอี้ | งานทั่วไป 80–150 คน |
| วัดใหญ่มีชื่อ ในเขตชั้นใน | ราว 1,500–2,500 | ราว 30,000–70,000 ขึ้นไป | เจ้าหน้าที่ประจำศาลา ระบบเสียง จอภาพ | งานที่มีแขกผู้ใหญ่หรือหน่วยงาน |
สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายของวัดเกือบทุกแห่งคืองานดอกไม้ ทั้งดอกไม้หน้าหีบ ฉากหลัง ดอกไม้หน้ารูป และซุ้มหน้าเมรุ ครอบครัวจึงควรกันงบส่วนนี้ไว้แยกตั้งแต่ต้น ไม่ควรนำไปรวมกับตัวเลขของวัดแล้วคิดว่าครบแล้ว รายละเอียดว่าวัดเตรียมอะไรให้บ้างและอะไรที่เจ้าภาพต้องหามาเองอ่านต่อได้ที่ ตกแต่งศาลาวัดใช้อะไรบ้าง ส่วนงบดอกไม้หน้าหีบแต่ละระดับได้แบบไหนอยู่ที่ ราคาจัดดอกไม้หน้าโลง

เอกสารหลักที่วัดขอดูคือใบมรณบัตร พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้วายชนม์และของเจ้าภาพผู้ติดต่อ บางวัดขอสำเนาทะเบียนบ้านของผู้วายชนม์เพิ่ม ส่วนของที่ต้องเตรียมไปด้วยในวันแรกคือชุดสำหรับเปลี่ยนให้ผู้วายชนม์ และรูปถ่ายสำหรับตั้งหน้างาน ซึ่งควรเตรียมให้เสร็จก่อนพิธีคืนแรก
ในทางปฏิบัติ ครอบครัวมักลืมสองอย่าง อย่างแรกคือรูปผู้วายชนม์ที่ความละเอียดพอสำหรับอัดขยาย เพราะรูปจากโทรศัพท์หรือรูปหมู่จากงานเลี้ยงมักเบลอเมื่อขยายเป็นขนาดตั้งหน้างาน อย่างที่สองคือรายชื่อผู้ที่จะทอดผ้าบังสุกุลและลำดับของผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าไม่เตรียมไว้จะทำให้พิธีในคืนแรกยืดออกไปโดยไม่จำเป็น ข้อกำหนดเรื่องขนาดและการเตรียมรูปอ่านได้ที่คู่มือ รูปหน้าศพขนาดเท่าไหร่
| สิ่งที่ต้องเตรียม | ใช้ทำอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ใบมรณบัตร | ใช้ยืนยันการจองศาลาและขอใช้เมรุ | ออกที่สำนักงานเขตที่แจ้งตาย |
| สำเนาบัตรประชาชนผู้วายชนม์และเจ้าภาพ | ใช้ลงทะเบียนงานกับสำนักงานวัด | ถ่ายสำเนาเผื่อไว้อย่างละสองชุด |
| สำเนาทะเบียนบ้านผู้วายชนม์ | บางวัดขอเพิ่มสำหรับดำเนินการด้านทะเบียน | ถามวัดก่อนว่าต้องใช้หรือไม่ |
| ชุดสำหรับเปลี่ยนให้ผู้วายชนม์ | ใช้ในวันแรกก่อนตั้งบำเพ็ญกุศล | เตรียมชุดที่ผู้วายชนม์เคยชอบใส่ |
| รูปถ่ายสำหรับตั้งหน้างาน | ตั้งคู่กับดอกไม้หน้ารูปตลอดงาน | เลือกไฟล์ความละเอียดสูง หน้าตรง ชัด |
| รายชื่อผู้ทอดผ้าบังสุกุล | ใช้จัดลำดับพิธีในแต่ละคืน | ช่วยให้พิธีไม่ยืดและไม่ข้ามผู้ใหญ่ |

เลือกจากจำนวนแขกที่คาดว่าจะมาในคืนที่คนเยอะที่สุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทุกคืน ศาลาเล็กรับได้ราว 50 คน ศาลากลางราว 100 คน ศาลาใหญ่ตั้งแต่ 150 คนขึ้นไป และควรดูความกว้างของผนังด้านหลังหีบศพประกอบด้วย เพราะพื้นที่ตรงนั้นคือกรอบที่ฉากดอกไม้หน้าหีบต้องอยู่ให้พอดี ไม่ล้นและไม่โล่ง
จุดที่ครอบครัวมักประเมินพลาดคือคิดว่าจองศาลาใหญ่ไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่า ในความจริงศาลาที่ใหญ่เกินจำนวนแขกทำให้งานดูโหรงเหรงในภาพถ่าย และทำให้ต้องเพิ่มงบดอกไม้เพื่อให้ฉากหลังเต็มพื้นที่ที่กว้างขึ้น ขณะที่ศาลาซึ่งพอดีกับจำนวนแขกจริงจะดูอบอุ่นกว่าและคุมงบได้ง่ายกว่า ทีมงานจึงมักถามเจ้าภาพก่อนเสมอว่าคืนไหนคาดว่าจะมีแขกมากที่สุดและมาจากกลุ่มใด เพื่อแนะนำสัดส่วนของฉากให้เหมาะกับศาลาที่จองไว้จริง
| ขนาดศาลา | รองรับแขกได้ราว | ความกว้างผนังหลังหีบ | แบบดอกไม้ที่ลงตัว | งบดอกไม้หน้าหีบ (บาท) |
|---|---|---|---|---|
| ศาลาเล็ก | ราว 40–60 คน | ราว 2.5–3 เมตร | แบบกอเดี่ยวหรือทรงเตี้ย | 5,000–10,000 |
| ศาลากลาง | ราว 80–120 คน | ราว 3.5–4.5 เมตร | แบบทรงสูงหรือแนวยาว | 12,000–18,000 |
| ศาลาใหญ่ | ตั้งแต่ 150 คนขึ้นไป | ตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป | แบบผนังดอกไม้เต็มพื้นที่ | 20,000 ขึ้นไป |
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าศาลาที่จองได้เหมาะกับแบบไหน วิธีที่เร็วที่สุดคือถ่ายรูปผนังด้านหลังหีบศพส่งมาให้ทีมงานดู แล้วเราจะบอกได้ทันทีว่าแบบใดพอดีและแบบใดจะล้นกรอบ รูปแบบทั้งหมดที่เลือกได้พร้อมสัดส่วนจริงดูได้ที่ ดอกไม้หน้าโลงมีกี่แบบ และเลือกแบบพร้อมราคาต่อแบบได้ที่หน้า จัดดอกไม้หน้าโลง

บอกสี่อย่างในครั้งเดียว ได้แก่ ชื่อวัดกับเลขศาลาหรือชื่อศาลา จำนวนคืนที่สวด เวลาเริ่มพิธีคืนแรก และโทนสีที่ครอบครัวต้องการ สี่ข้อนี้พอสำหรับให้ทีมงานคำนวณเวลาเดินทาง เลือกสัดส่วนของฉากให้พอดีศาลา และยืนยันกลับได้ว่าจะเข้าพื้นที่กี่โมงและติดตั้งเสร็จเวลาใด โดยไม่ต้องนัดดูหน้างานก่อน
เหตุผลที่เลขศาลาสำคัญพอกันกับชื่อวัด คือวัดใหญ่หลายแห่งในกรุงเทพฯ มีศาลาหลายหลังที่มีทางเข้าคนละด้าน บางหลังรถเข้าถึงประตูได้ บางหลังต้องขนของข้ามลานยาว ระยะทางช่วงนี้มีผลกับเวลาติดตั้งจริงมากกว่าที่คิด ทีมงานที่รู้เลขศาลาล่วงหน้าจะเตรียมรถและกำลังคนได้ตรงกับหน้างาน ไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดหรือหาทางเข้าในวันจริง
เรื่องเวลา งานคืนแรกที่ยืนยันแบบตอนบ่ายยังทันเสมอถ้าเลือกจากแบบสำเร็จที่มีอยู่แล้ว เพราะไม่ต้องออกแบบใหม่และไม่ต้องประเมินหน้างานก่อน กรอบเวลาที่ปลอดภัยและสิ่งที่ต้องแจ้งอ่านได้ที่ สั่งดอกไม้งานศพล่วงหน้ากี่วัน ส่วนวันฌาปนกิจซึ่งเป็นดอกไม้อีกชุดหนึ่งและติดตั้งคนละวัน มีรอบเวลาของวัดเป็นตัวกำหนด รายละเอียดอยู่ที่ วันฌาปนกิจกี่โมง
ทีมงานรับงานทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงวัดในย่านที่มีงานหนาแน่นอย่าง เขตพระนคร เขตดุสิต และ เขตบางเขน ราคาที่แจ้งเป็นราคาต่อแบบสำเร็จซึ่งรวมค่าดอกไม้ ค่าจัดส่ง และค่าติดตั้งถึงวัดแล้ว ครอบครัวที่ต้องการคุมงบทั้งงานตั้งแต่คืนแรกจนถึงวันเผาในราคาเดียวเลือกดูได้ที่ แพ็กเกจครบชุด หรือดูภาพงานที่ส่งมอบแล้วเพื่อเทียบสเกลก่อนตัดสินใจที่ ผลงานจริง
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจภาพรวมของธรรมเนียมงานศพในพระพุทธศาสนาเทียบกับประเทศอื่น อ่านข้อมูลพื้นฐานได้ที่ บทความ Buddhist funeral บนวิกิพีเดีย ซึ่งอธิบายลำดับพิธีและระยะเวลาของแต่ละประเทศไว้พอสังเขป
ตรวจสอบและเรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน Funeral Decor ผู้จัดและติดตั้งดอกไม้งานศพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล · อัปเดต สิงหาคม 2569 · ราคาที่อ้างถึงเป็นราคาต่อแบบสำเร็จ รวมจัดส่งและติดตั้งถึงวัด เห็นราคาก่อนสั่งทุกแบบ ค่าใช้จ่ายที่อ้างถึงในคู่มือนี้เป็นกรอบราคาที่ทีมงานพบจากงานที่เข้าไปติดตั้งจริงในวัดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ละวัดกำหนดอัตราและเงื่อนไขต่างกัน จึงควรยึดรายการค่าใช้จ่ายที่สำนักงานวัดแจ้งเป็นหลักเสมอ สอบถามและดูแบบเพิ่มเติมได้ทาง LINE @073vgwow
ตัวอย่างงานตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบที่ทีมงานจัดและติดตั้งถึงวัดจริงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทุกภาพเป็นงานที่ส่งมอบแล้ว ดูผลงานทั้งหมดเพื่อประกอบการเลือกแบบได้
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบ
ตกแต่งศาลาวัดและดอกไม้หน้าหีบโดยทั่วไปไม่ได้ วัดส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ รับจองเมื่อมีการเสียชีวิตแล้วเท่านั้น สิ่งที่เตรียมล่วงหน้าได้คือเลือกวัดไว้ในใจ จดเบอร์สำนักงานฌาปนสถาน และสอบถามอัตราค่าใช้จ่ายกับเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อให้วันจริงติดต่อจบในครั้งเดียว
หลักคือใบมรณบัตร พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้วายชนม์และเจ้าภาพ บางวัดขอสำเนาทะเบียนบ้านของผู้วายชนม์เพิ่ม ควรถ่ายสำเนาเผื่อไว้อย่างละสองชุดเพื่อความสะดวกในวันติดต่อ
อยู่ราวหลักร้อยถึงสองพันบาทต่อคืนตามขนาดศาลาและชื่อเสียงของวัด แต่ค่าใช้จ่ายรวมของงานสวดสามถึงเจ็ดคืนซึ่งรวมพระสงฆ์ ค่าน้ำไฟ และค่าเมรุ มักอยู่ในกรอบหลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นปลายแล้วแต่วัด
ไม่รวม วัดเกือบทุกแห่งคิดเฉพาะค่าศาลา ค่าน้ำไฟ ค่าพระสงฆ์ และค่าเมรุ ส่วนดอกไม้หน้าหีบ ฉากหลัง ดอกไม้หน้ารูป และซุ้มหน้าเมรุเป็นงบแยกที่เจ้าภาพต้องเตรียมเอง
เลือกจากจำนวนแขกในคืนที่คาดว่าคนเยอะที่สุด ศาลาเล็กรับได้ราว 50 คน ศาลากลางราว 100 คน ศาลาใหญ่ตั้งแต่ 150 คนขึ้นไป ศาลาที่ใหญ่เกินจำเป็นจะทำให้งานดูโหรงเหรงและต้องเพิ่มงบดอกไม้เพื่อเติมพื้นที่
ทันในกรณีทั่วไป แจ้งชื่อวัด เลขศาลา จำนวนคืนสวด เวลาเริ่มพิธีคืนแรก และโทนสีที่ต้องการ ทีมงานใช้เวลาจัดและเดินทางถึงวัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราวสองถึงสามชั่วโมงนับจากยืนยันแบบ