จำนวนคืนสวดพระอภิธรรมเป็นเรื่องแรกที่เจ้าภาพต้องตัดสินใจ และเป็นตัวล็อกทั้งวันฌาปนกิจ การจองศาลา งบประมาณ ไปจนถึงจำนวนชุดดอกไม้ที่ต้องสั่ง คู่มือนี้เทียบ 1 3 5 และ 7 คืนทีละข้อจากงานจริง ทั้งเหตุผลเรื่องเลขคี่ รายการที่เพิ่มตามคืน และวิธีเลือกโครงดอกให้อยู่ครบงานโดยไม่ต้องเปลี่ยนกลางคัน

คำถามแรกที่เจ้าภาพต้องตอบให้ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากติดต่อวัด คือจะตั้งสวดพระอภิธรรมกี่คืน เพราะคำตอบข้อนี้ล็อกทุกอย่างที่เหลือทันที ทั้งวันฌาปนกิจ การจองศาลา จำนวนอาหารว่าง การแจ้งญาติที่อยู่ต่างจังหวัด และที่หลายคนนึกไม่ถึงคือจำนวนชุดดอกไม้ที่ต้องสั่ง คู่มือนี้เขียนจากงานที่ทีมงานเข้าไปติดตั้งจริงในศาลาวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้เห็นภาพว่าคืนที่เพิ่มขึ้นแต่ละคืนกระทบอะไรบ้างในทางปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ในทางธรรมเนียม
ธรรมเนียมไทยนิยมตั้งสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนคืนเลขคี่ คือ 1 คืน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน โดยแบบที่พบมากที่สุดในกรุงเทพฯ ปัจจุบันคือ 3 คืน เพราะพอดีกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ญาติเดินทางมาทัน และค่าใช้จ่ายยังอยู่ในกรอบที่ครอบครัวส่วนใหญ่รับได้ ไม่มีข้อกำหนดทางศาสนาว่าต้องกี่คืน เจ้าภาพเลือกได้ตามความพร้อม
สิ่งที่ควรรู้คือจำนวนคืนไม่ได้วัดความกตัญญู แต่วัดความพร้อมของครอบครัวในสามเรื่องเท่านั้น ได้แก่ เวลาที่ญาติผู้ใหญ่และลูกหลานลางานได้ จำนวนแขกที่คาดว่าจะมาเคารพศพ และงบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งงาน ถ้าสามเรื่องนี้ชัด การเลือกจำนวนคืนจะกลายเป็นเรื่องง่ายมาก ครอบครัวที่ลังเลส่วนใหญ่ไม่ได้ลังเลเรื่องธรรมเนียม แต่ลังเลเพราะยังไม่รู้ว่าจะมีแขกเท่าไรและงบจะพอถึงวันเผาหรือไม่
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือความอ่อนล้าของเจ้าภาพเอง คืนสวดแต่ละคืนเจ้าภาพต้องอยู่รับแขกตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงประมาณสามทุ่ม ต่อเนื่องกันทุกคืน งาน 7 คืนจึงหนักกว่างาน 3 คืนมากกว่าสองเท่าในทางความรู้สึก โดยเฉพาะเมื่อเจ้าภาพหลักเป็นผู้สูงอายุ หลายครอบครัวที่เลือก 5 หรือ 7 คืนจึงต้องจัดเวรญาติมาช่วยรับแขกสลับกัน ซึ่งควรวางแผนตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ไปแก้กลางงาน
| จำนวนคืน | เหมาะกับกรณี | ข้อดีที่เจ้าภาพได้จริง | สิ่งที่ต้องเตรียมเรื่องดอกไม้ |
|---|---|---|---|
| 1 คืน | เสียชีวิตกะทันหัน ญาติน้อย ต้องการเรียบง่าย หรือมีข้อจำกัดเรื่องเวลา | จบเร็ว ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด | ดอกไม้ชุดเดียวใช้ได้ทั้งงาน แต่ต้องประสานเวลาติดตั้งให้แม่นเพราะไม่มีวันแก้ตัว |
| 3 คืน | งานทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่พบมากที่สุด | สมดุลระหว่างเวลา งบ และการให้ญาติมาทัน | ดอกไม้หน้าโลงชุดเดียวอยู่ครบงานได้ถ้าดูแลดี แล้วเพิ่มชุดหน้าเมรุวันเผา |
| 5 คืน | ครอบครัวใหญ่ ญาติต่างจังหวัด หรือผู้วายชนม์มีผู้มาเคารพศพมาก | แขกทยอยมาได้หลายรอบ ไม่แน่นคืนเดียว | ต้องเผื่อเปลี่ยนดอกบางจุดกลางงาน โดยเฉพาะดอกที่บอบบาง |
| 7 คืน | บุคคลสำคัญ งานพิธีเต็มรูปแบบ หรือเจ้าภาพประสงค์ให้ครบตามประเพณี | สมเกียรติ ครบถ้วนตามธรรมเนียม | วางแผนดอกไม้เป็นสองช่วงตั้งแต่ต้น เพื่อให้ภาพงานคืนท้ายยังดูสดเหมือนคืนแรก |
เหตุผลหลักมาจากคติความเชื่อของไทยที่ถือว่าเลขคี่เป็นเลขของงานอวมงคล ส่วนเลขคู่ใช้กับงานมงคล จึงนิยมตั้งสวด 1 3 5 หรือ 7 คืน ไม่ใช่ 2 หรือ 4 คืน ในทางพระวินัยไม่มีข้อบังคับเรื่องนี้ เป็นธรรมเนียมทางสังคมที่สืบต่อกันมา แต่ยังยึดถือกันแพร่หลายในงานศพไทยจนถึงปัจจุบัน
ในทางปฏิบัติ ธรรมเนียมข้อนี้ช่วยลดการถกเถียงในครอบครัวได้มาก เพราะเมื่อทุกคนยอมรับกรอบเลขคี่ ตัวเลือกจึงเหลือเพียงไม่กี่แบบและตัดสินใจได้เร็วในช่วงที่ทุกคนกำลังเศร้าและไม่อยากคิดเรื่องรายละเอียด อย่างไรก็ตาม มีงานจำนวนหนึ่งที่ต้องขยับเป็นเลขคู่ด้วยเหตุจำเป็น เช่น รอญาติจากต่างประเทศ หรือรอวันที่ศาลาว่าง กรณีแบบนี้ไม่ถือว่าผิด และวัดส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทักท้วง

สิ่งที่ควรระวังมากกว่าคือการนับคืนให้ตรงกัน หลายครอบครัวเข้าใจไม่ตรงกับวัดว่าคืนแรกเริ่มนับจากวันที่ตั้งศพหรือวันถัดไป ทำให้จองศาลาคลาดไปหนึ่งคืนและกระทบตารางของทุกฝ่าย เวลาติดต่อวัดจึงควรพูดเป็นวันที่ให้ชัด เช่น ตั้งสวดคืนวันศุกร์ที่เท่าไร ถึงคืนวันอาทิตย์ที่เท่าไร แล้วฌาปนกิจวันจันทร์ที่เท่าไร ตัวเลขวันจะไม่ทำให้เข้าใจผิดเหมือนคำว่าสามคืน รายละเอียดเรื่องการติดต่อและเอกสารที่ต้องใช้ อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือจองศาลาวัดในกรุงเทพฯ
ต่างกันที่รายการซึ่งคิดเป็นรายคืน ได้แก่ ค่าบำรุงศาลา ค่าปัจจัยถวายพระ เครื่องไทยธรรม และอาหารว่างสำหรับแขก ส่วนรายการที่จ่ายครั้งเดียวอย่างหีบ ดอกไม้หน้าโลง และของชำร่วย ไม่ได้เพิ่มตามจำนวนคืน การขยับจาก 3 เป็น 5 คืนจึงเพิ่มเฉพาะกลุ่มรายคืน ซึ่งเป็นก้อนที่คำนวณล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่น
ตัวเลขในตารางด้านล่างเป็นกรอบที่พบทั่วไปในวัดเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้เห็นโครงสร้างว่ารายการไหนโตตามคืนบ้าง ไม่ใช่ราคาของวัดใดวัดหนึ่ง วัดกลางเมืองที่มีศาลาปรับอากาศขนาดใหญ่จะสูงกว่านี้ ส่วนวัดชานเมืองมักต่ำกว่า ให้ยึดใบแจ้งจากสำนักงานวัดเป็นหลักเสมอ
| รายการ | ลักษณะการคิด | สิ่งที่ทำให้ตัวเลขต่างกัน | ผลเมื่อเพิ่มจำนวนคืน |
|---|---|---|---|
| ค่าบำรุงศาลาและสาธารณูปโภค | ตามคืน | ขึ้นกับขนาดศาลาและมีเครื่องปรับอากาศหรือไม่ | เพิ่มตามจำนวนคืนโดยตรง |
| ปัจจัยถวายพระและเครื่องไทยธรรม | ตามคืน | คิดตามจำนวนพระที่นิมนต์ในแต่ละคืน | เพิ่มตามจำนวนคืนโดยตรง |
| อาหารว่างและเครื่องดื่มรับแขก | ตามคืน | ผันตามจำนวนแขกที่คาดในคืนนั้น | เพิ่มตามคืน แต่คืนท้ายมักแขกน้อยลง ปรับลดได้ |
| ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา | ครั้งเดียว | ราคาต่อแบบสำเร็จ เริ่ม 5,000 บาท | ไม่เพิ่มตามคืน แต่งานยาวอาจมีค่าดูแลหรือเปลี่ยนดอกบางจุด |
| ดอกไม้หน้าเมรุวันฌาปนกิจ | ครั้งเดียว | สั่งแยกสำหรับวันเผาโดยเฉพาะ | ไม่เกี่ยวกับจำนวนคืน |
| ของชำร่วยและหนังสืออนุสรณ์ | ครั้งเดียว | คิดตามจำนวนแขกรวมทั้งงาน | งานยาวขึ้นแขกรวมอาจมากขึ้นเล็กน้อย |
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ถ้ากังวลเรื่องงบ อย่าตัดจำนวนคืนอย่างเดียวแล้วคิดว่าจะประหยัดได้มาก เพราะก้อนที่ใหญ่ที่สุดของงานศพส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รายการรายคืน แต่อยู่ที่หีบ ดอกไม้ และของชำร่วย การเลือกแบบดอกไม้ที่พอดีกับศาลาจึงคุมงบได้ตรงจุดกว่าการตัดคืนสวดจนญาติมาไม่ทัน ดูแบบและราคาต่อแบบทั้งหมดได้ที่หน้า จัดดอกไม้หน้าโลง หรืออ่านการแบ่งงบตามระดับแบบที่ ราคาจัดดอกไม้หน้าโลง

งานส่วนใหญ่ใช้ดอกไม้สองชุด คือชุดหน้าโลงที่อยู่ตลอดคืนสวด และชุดหน้าเมรุสำหรับวันฌาปนกิจ จำนวนคืนไม่ได้เพิ่มจำนวนชุด แต่เพิ่มระยะเวลาที่ชุดแรกต้องอยู่ในสภาพดี งาน 1 ถึง 3 คืนใช้ชุดเดียวได้สบาย ส่วนงาน 5 ถึง 7 คืนควรเผื่อการเปลี่ยนดอกเฉพาะจุดที่โรยเร็ว เช่น กุหลาบและไฮเดรนเยีย
เหตุผลอยู่ที่อายุของดอกแต่ละชนิดในสภาพศาลา เบญจมาศ คาร์เนชั่น และกล้วยไม้อยู่ได้นานที่สุดเมื่ออยู่ในโอเอซิสที่มีน้ำสม่ำเสมอ ลิลลี่อยู่ได้ดีแต่จะบานเต็มที่แล้วเริ่มโรยเร็วกว่า ส่วนกุหลาบและไฮเดรนเยียเป็นสองชนิดที่ไวต่ออุณหภูมิที่สุด ศาลาที่เปิดโล่งและอากาศร้อนจะเร่งให้ขอบกลีบช้ำภายในสองถึงสามวัน ทีมงานจึงมักวางกุหลาบไว้เป็นจุดเน้นที่ถอดเปลี่ยนได้ง่าย ไม่ใช้เป็นโครงหลักของงานที่ตั้งยาว
อีกปัจจัยที่มีผลไม่แพ้ชนิดดอกคือศาลามีเครื่องปรับอากาศหรือไม่ ศาลาปรับอากาศช่วยยืดอายุดอกได้อย่างชัดเจน แต่ต้องระวังลมเย็นที่เป่าตรงลงบนช่อ เพราะจะทำให้กลีบแห้งเร็วกว่าปกติ ส่วนศาลาเปิดโล่งต้องระวังแดดบ่ายที่ส่องเข้าด้านข้าง เวลาทีมงานเข้าไปติดตั้งจึงต้องดูทิศทางลมและแดดก่อนวางตำแหน่งกอเสมอ รายละเอียดเรื่องอายุดอกและการดูแลระหว่างงาน อ่านต่อได้ที่ ดอกไม้หน้าโลงอยู่ได้กี่วัน
| จำนวนคืน | ชุดดอกไม้ที่ต้องมีช่วงตั้งศพ | การดูแลระหว่างงาน | ชนิดดอกที่ควรเลือก | ผลต่องบ |
|---|---|---|---|---|
| 1 คืน | 1 ชุด | ไม่ต้องเปลี่ยน | เลือกแบบไหนก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุดอก | งบเท่ากับราคาแบบที่เลือก |
| 3 คืน | 1 ชุด | ตรวจและเติมน้ำทุกวัน | หลีกเลี่ยงการใช้กุหลาบเป็นโครงหลักถ้าศาลาไม่มีแอร์ | งบเท่ากับราคาแบบที่เลือก |
| 5 คืน | 1 ชุด และเผื่อดอกเปลี่ยนบางจุด | เปลี่ยนดอกจุดที่โรยประมาณกลางงาน | ยึดเบญจมาศ คาร์เนชั่น และกล้วยไม้เป็นโครง | เผื่อค่าดอกเปลี่ยนเฉพาะจุดเล็กน้อย |
| 7 คืน | 1 ชุด และเปลี่ยนดอกหนึ่งรอบ | วางแผนเปลี่ยนรอบใหญ่ประมาณคืนที่สี่หรือห้า | เลือกแบบที่ถอดเปลี่ยนเฉพาะกอได้ ไม่ใช่แบบผนังแน่นทั้งผืน | เผื่อค่าดอกเปลี่ยนหนึ่งรอบ |

สำหรับวันฌาปนกิจ ดอกไม้หน้าเมรุนับเป็นอีกหนึ่งชุดเสมอ ไม่ว่าจะตั้งสวดกี่คืนก็ตาม เพราะเป็นคนละสถานที่ คนละสเกล และต้องทนแดดกลางแจ้งซึ่งต่างจากในศาลาโดยสิ้นเชิง ครอบครัวที่อยากคุมงบทั้งงานให้จบในราคาเดียวนิยมเลือกเป็น แพ็กเกจครบชุด ที่รวมหน้าโลง หน้าเมรุ และตกแต่งศาลาไว้ด้วยกันตั้งแต่แรก ส่วนผู้ที่ต้องการดูเฉพาะแบบสำหรับวันเผา ดูได้ที่ จัดดอกไม้หน้าเมรุ
ได้ และเป็นรูปแบบที่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกรุงเทพฯ โดยตั้งสวดหนึ่งคืนแล้วฌาปนกิจในวันรุ่งขึ้น หรือบางกรณีสวดช่วงเช้าแล้วเผาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ดอกไม้ทำทันถ้าแจ้งชื่อวัด เวลาพิธี และแบบที่เลือกให้ทีมงานทราบตั้งแต่ต้น เพราะแบบสำเร็จเตรียมโครงไว้แล้ว เหลือเพียงจัดดอกและขนไปติดตั้ง
ข้อควรระวังของงานแบบวันเดียวคือเวลา ไม่ใช่ราคา เมรุและศาลาในวัดที่คิวแน่นมักมีพิธีของครอบครัวอื่นคั่นอยู่ ทีมงานจึงมีหน้าต่างเวลาเข้าติดตั้งค่อนข้างสั้น หากเจ้าภาพแจ้งช้าจนเลยเวลาที่วัดอนุญาตให้เข้าพื้นที่ ต่อให้ดอกไม้พร้อมก็ติดตั้งไม่ทัน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือแจ้งเวลาพิธีที่แน่นอนจากสำนักงานวัดให้ทีมงานทันทีที่ได้รับ ไม่ต้องรอให้ครบทุกรายละเอียด
อีกจุดที่ต้องตัดสินใจเร็วสำหรับงานวันเดียวคือจะทำชุดหน้าโลงกับหน้าเมรุแยกกันหรือรวบเป็นชุดเดียว บางแบบยกจากศาลาไปใช้ต่อที่เมรุได้ถ้าโครงเหมาะสมและระยะทางในวัดไม่ไกล แต่แบบที่จัดแน่นเต็มผืนมักเสียรูประหว่างขนย้าย จึงควรถามทีมงานก่อนตัดสินใจ เรื่องเวลาเข้าติดตั้งของวันเผาโดยเฉพาะ อ่านเพิ่มได้ที่ วันฌาปนกิจกี่โมง และเรื่องระยะเวลาสั่งล่วงหน้าที่ สั่งดอกไม้งานศพล่วงหน้ากี่วัน

ให้ตอบสามคำถามตามลำดับ หนึ่งคือญาติที่ต้องมาให้ได้อยู่ไกลแค่ไหนและต้องการเวลากี่วันในการเดินทาง สองคือคาดว่าจะมีแขกมาเคารพศพรวมกี่คน ถ้ามากกว่าที่ศาลารับไหวในคืนเดียวควรกระจายเป็นหลายคืน และสามคืองบทั้งงานตั้งไว้เท่าไร แล้วค่อยเลือกจำนวนคืนที่ทั้งสามข้อลงตัวพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ ครอบครัวที่ตัดสินใจได้เร็วมักใช้วิธีเริ่มจากวันฌาปนกิจก่อน แล้วนับถอยหลัง เพราะวันเผามักถูกกำหนดโดยคิวเมรุของวัดและวันที่ญาติส่วนใหญ่ลางานได้ เมื่อได้วันเผาแล้วจึงนับกลับไปว่าจะตั้งสวดกี่คืนจึงจะพอดี วิธีนี้ช่วยลดปัญหาการจองศาลาไว้แล้วแต่ไม่มีคิวเมรุในวันที่ต้องการ ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ยากกว่าเมื่อพิมพ์การ์ดหรือแจ้งญาติไปแล้ว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการยืดจำนวนคืนออกไปเพราะเกรงใจญาติผู้ใหญ่ ทั้งที่ครอบครัวรับภาระไม่ไหว งานที่ยาวเกินกำลังมักลงเอยด้วยการตัดคุณภาพของส่วนอื่นแทน เช่น ลดอาหารว่างจนแขกคืนท้ายไม่พอ หรือปล่อยให้ดอกไม้โรยจนภาพงานในคืนสุดท้ายดูทรุดโทรม ซึ่งเป็นภาพที่ญาติจดจำมากกว่าจำนวนคืนที่จัด ถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง งานที่สั้นกว่าแต่เรียบร้อยตลอดงานให้ความรู้สึกสมเกียรติมากกว่าเสมอ
| สถานการณ์ของครอบครัว | จำนวนคืนที่มักลงตัว | เหตุผลจากหน้างาน |
|---|---|---|
| ญาติอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศจำนวนมาก | 5 ถึง 7 คืน | ให้เวลาเดินทางและจัดเวรรับแขก |
| ญาติอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก | 3 คืน | ครอบคลุมวันหยุดหนึ่งช่วงพอดี |
| ผู้วายชนม์มีผู้รู้จักมาก คาดว่าแขกหลายร้อยคน | 5 คืน ขึ้นไป | กระจายแขกไม่ให้แน่นคืนเดียวจนที่นั่งไม่พอ |
| เจ้าภาพหลักเป็นผู้สูงอายุหรือสุขภาพไม่ดี | 1 ถึง 3 คืน | ลดภาระการรับแขกต่อเนื่องหลายคืน |
| งบจำกัดและต้องการให้ครบถ้วนในกรอบ | 1 ถึง 3 คืน | คุมรายการรายคืนแล้วไปเน้นดอกไม้กับของชำร่วยแทน |
| ต้องการพิธีครบตามประเพณีเต็มรูปแบบ | 7 คืน | วางแผนดอกไม้เป็นสองช่วงตั้งแต่วันแรก |
บอกสี่อย่างก็เพียงพอ ได้แก่ ชื่อวัดและศาลาที่จัดงาน วันและเวลาของคืนสวดคืนแรก จำนวนคืนที่ตั้งสวดทั้งหมด และวันฌาปนกิจ เพียงเท่านี้ทีมงานคำนวณได้แล้วว่าควรเลือกโครงดอกแบบใด ต้องเผื่อการเปลี่ยนดอกหรือไม่ และจะจัดคิวติดตั้งทั้งชุดหน้าโลงและชุดหน้าเมรุอย่างไรให้ทันทุกช่วงของงาน
ถ้ามีข้อมูลเพิ่มอีกสองอย่างจะยิ่งแม่นขึ้น คือศาลามีเครื่องปรับอากาศหรือเปิดโล่ง และความกว้างโดยประมาณของพื้นที่หลังหีบ สองข้อนี้กำหนดทั้งอายุของดอกและสเกลของแบบที่จะดูพอดีจริงเมื่อติดตั้งเสร็จ ครอบครัวที่ไม่แน่ใจสามารถถ่ายภาพศาลาส่งมาให้ดูได้ ทีมงานจะประเมินให้ว่าแบบที่เลือกไว้ใหญ่หรือเล็กเกินไปหรือไม่ ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ
ผู้ที่ต้องการอ่านภาพรวมของลำดับพิธีศพในพุทธศาสนาและความต่างของธรรมเนียมในแต่ละประเทศ ดูข้อมูลอ้างอิงประกอบได้ที่ บทความ Buddhist funeral บนวิกิพีเดีย ซึ่งสรุปโครงพิธีและความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังไว้พอสังเขป ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของงานไทยยังต่างกันไปตามวัดและท้องถิ่น

ทีมงานรับจัดและติดตั้งดอกไม้งานศพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งงานที่ตั้งสวดหนึ่งคืนและงานที่ตั้งยาวถึงเจ็ดคืน ราคาที่แจ้งเป็นราคาต่อแบบสำเร็จซึ่งรวมค่าดอกไม้ ค่าจัดส่ง และค่าติดตั้งถึงวัดแล้ว เลือกแบบที่ถูกใจพร้อมเห็นราคาก่อนสั่งได้เลย หรือดูภาพงานที่ส่งมอบจริงเพื่อเทียบสเกลกับศาลาของท่านได้ที่ ผลงานจริง
ตรวจสอบและเรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน Funeral Decor ผู้จัดและติดตั้งดอกไม้งานศพในกรุงเทพฯ และปริมณฑล · อัปเดต สิงหาคม 2569 · ราคาที่อ้างถึงเป็นราคาต่อแบบสำเร็จ รวมจัดส่งและติดตั้งถึงวัด เห็นราคาก่อนสั่งทุกแบบ ตัวเลขค่าใช้จ่ายรายคืนที่อ้างถึงเป็นกรอบทั่วไปของวัดในเขตกรุงเทพฯ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเท่านั้น อัตราจริงต่างกันตามวัด ขนาดศาลา และรายการที่เจ้าภาพเลือก จึงควรยืนยันกับสำนักงานวัดเป็นหลักเสมอ สอบถามและดูแบบเพิ่มเติมได้ทาง LINE @073vgwow
ตัวอย่างงานดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลาที่ทีมงานจัดและติดตั้งถึงวัดจริงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทุกภาพเป็นงานที่ส่งมอบแล้ว ดูผลงานทั้งหมดเพื่อประกอบการเลือกแบบได้
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลา
ดอกไม้หน้าโลงและตกแต่งศาลานิยมจัดเป็นเลขคี่คือ 1 3 5 หรือ 7 คืน โดยแบบที่พบมากที่สุดในกรุงเทพฯ คือ 3 คืน เพราะพอดีกับวันหยุดหนึ่งช่วง ญาติเดินทางมาทัน และค่าใช้จ่ายยังอยู่ในกรอบที่ครอบครัวส่วนใหญ่รับได้ ไม่มีข้อกำหนดทางศาสนาว่าต้องกี่คืน เจ้าภาพเลือกได้ตามความพร้อม
เลขคี่มาจากคติที่ถือว่าเป็นเลขของงานอวมงคล ส่วนเลขคู่ใช้กับงานมงคล เป็นธรรมเนียมทางสังคมไม่ใช่ข้อบังคับทางพระวินัย งานที่จำเป็นต้องขยับเป็นเลขคู่เพื่อรอญาติหรือรอคิวศาลาจึงทำได้ และวัดส่วนใหญ่ไม่ได้ทักท้วง
ส่วนใหญ่สองชุดเสมอ คือชุดหน้าโลงที่อยู่ตลอดคืนสวด และชุดหน้าเมรุสำหรับวันฌาปนกิจ จำนวนคืนไม่ได้เพิ่มจำนวนชุด แต่เพิ่มระยะเวลาที่ชุดแรกต้องอยู่ในสภาพดี งาน 5 ถึง 7 คืนจึงควรเผื่อการเปลี่ยนดอกเฉพาะจุด
ได้ถ้าเลือกโครงดอกให้เหมาะตั้งแต่ต้น โดยยึดเบญจมาศ คาร์เนชั่น และกล้วยไม้เป็นโครงหลัก แล้ววางกุหลาบหรือไฮเดรนเยียเป็นจุดเน้นที่ถอดเปลี่ยนได้ พร้อมเติมน้ำในโอเอซิสระหว่างงาน งานที่ตั้งยาวมักเปลี่ยนดอกหนึ่งรอบราวคืนที่สี่หรือห้า
เพิ่มเฉพาะรายการที่คิดเป็นรายคืน ได้แก่ ค่าบำรุงศาลา ปัจจัยถวายพระ เครื่องไทยธรรม และอาหารว่าง ส่วนหีบ ดอกไม้ และของชำร่วยเป็นรายการจ่ายครั้งเดียวที่ไม่เพิ่มตามคืน อัตราต่อคืนต่างกันตามวัด ควรขอใบแจ้งจากสำนักงานวัดก่อนตัดสินใจ
ทัน ถ้าแจ้งชื่อวัด เวลาพิธี และแบบที่เลือกตั้งแต่ต้น เพราะแบบสำเร็จเตรียมโครงไว้แล้ว เหลือเพียงจัดดอกและขนไปติดตั้ง ข้อจำกัดจริงคือหน้าต่างเวลาที่วัดอนุญาตให้เข้าพื้นที่ จึงควรแจ้งเวลาพิธีที่แน่นอนให้ทีมงานทันทีที่ได้รับจากวัด
บางแบบยกไปใช้ต่อได้ถ้าโครงเหมาะสมและระยะทางในวัดไม่ไกล แต่แบบที่จัดแน่นเต็มผืนมักเสียรูประหว่างขนย้าย งานส่วนใหญ่จึงสั่งชุดหน้าเมรุแยกต่างหาก เพราะเป็นพื้นที่กลางแจ้งคนละสเกลกับในศาลา
บอกชื่อวัดและศาลา วันเวลาของคืนสวดคืนแรก จำนวนคืนทั้งหมด และวันฌาปนกิจ ถ้าบอกได้ว่าศาลามีเครื่องปรับอากาศหรือเปิดโล่ง และความกว้างโดยประมาณหลังหีบ จะช่วยให้เลือกแบบและชนิดดอกได้แม่นขึ้น